พัฒนาการของจีน

2 ก.ค.

พัฒนาการของจีน

การปฎิวัติของจีนในยุคกลางในรอบหลายร้อยปีที่ล่วงเลยไป ได้บุกทำลายค่าด้านวัฒนธรรมค่าทางด้านสังคมไปมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าความนิยมพื้นฐานเดิมเป็น ความกลมกลืนในกิจกรรมทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งสามารถหลบหลีกความเครียด การยินยอมรับ การไกล่เกลี่ย ออมชอม รวมตลอดถึงวัฒนธรรมในด้านความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความเกี่ยวพันเป็นลำดับชั้น ความดีงามของผู้ดูแล จิตสำนึกในการค้นคว้า
จารีตประเพณีจีนแผ่นดินใหญ่ มีส่วนช่วยสำหรับการสร้างคุณค่าสำหรับการสร้างประเทศ แล้วก็การพัฒนาเศรษฐกิจให้ยุคใหม่ ความลดเสื่อมของสถาบันจีนโบราณเกิดขึ้น เนื่องจากว่าความพากเพียรจะสร้างเสริมจีนขึ้นใหม่ มีคนประเทศอื่นเข้ามาถือครองบ่อยครั้ง แต่ละครั้งได้ซับวัฒนธรรมของฝรั่งนั้น ให้เข้ามากลมกลืนไปกับคนจีน รวมทั้งล่อใจคนจีนให้หันไปนิยมต่างประเทศไปอีก ในบางประเด็นของวัฒนธรรม การรุกรานของต่างประเทศ มีส่วนสร้างให้จีนมีอารยธรรมหนักแน่น เพราะว่าจำเป็นต้องปกป้องตนเอง ได้สร้างศูนย์รวมอำนาจไว้กับศูนย์กลาง มีเอกลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง
อารยธรรมตะวันตกอำนาจ เมื่อแรกไปสู่จีนก็ไม่ค่อยร้ายแรงนัก ถัดมาเมื่อวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมเจริญรุ่งเรือง ก่อปัญหารุกรามวัฒนธรรมจีน ตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ ๑๘ – ๑๙ โลกตะวันตกมีอำนาจทางการทหารเยอะขึ้น ได้บีบคั้นให้คนจีนจำต้องผูกพันกับชาวตะวันตกในรูปกิจการค้า มีการเจอหน้าระหว่างความคุ้นเคยของสังคมเกษตรกรรม กับสังคมอุตสาหกรรม แนวโน้มสำหรับในการสารภาพสังคมอุตสาหกรรมก็เลยได้เกิดขึ้น ในคริสตศตวรรษที่ ๒๐
สถาบันครอบครัว ในประวัติศาสตร์ ครอบครัวชาวจีนมี ๓ – ๕ ชั่วลูกชั่วหลาน อาศัยอยู่รวมกัน ซึ่งส่งผลมาจากลัทธิขงจื้อ ที่จะจะต้องชุบเลี้ยงพ่อ คุณแม่ของครอบครัวที่บุตรนำเอาเมียมาอยู่ร่วมเป็นครอบครัวขยาย ทำให้สังคมของจีนมีความยั่งยืนเป็นส่วนกลาง
แซ่ของจีน เป็นคำผสมจากคำว่า “หญิง” กับคำว่า “เกิด” คือ การกำเนิดจากหญิง คำว่า “แซ่” ก็คือ ชื่อของคนๆหนึ่ง ซึ่งมีสาเหตุจากหญิงคนหนึ่ง การตั้งแซ่บางทีก็อาจจะตั้งจากชื่อเมือง ตำแหน่งราชการ อาชีพ ที่อยู่ เหตุในยุคนั้นนับว่า ชายอายุ ๓๐ ปี หญิงอายุ ๒๐ ปี สมควรที่จะสมรสกัน
การดำรงชีวิต (ในบ้านนอก) ในชีวิตทุกวันของชาวชีวิตบ้านนอกของคนจีนเป็น หมู่บ้าน เกษตรกรจำต้องเดินทางไปยังนาของตนเอง เริ่มดำเนินการแต่เช้ามืด จบและก็สิ้นสุดลงด้วยการพบปะสนทนากับเพื่อนบ้านนานๆในทุกวัน ตามถนน เวลาค่ำจะเอาตะเกียง แล้วก็ภาชนะใส่ของกิน ออกมารวมกันสนทนากันเป็นกรุ๊ป แล้วบริโภคอาหารเย็นด้วยกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปที่อยู่ที่อาศัยของตัวเอง
ทดลองดูข้างนอก ลักษณะหมู่บ้านของจีนจะมีลักษณะเครื่องหมายคล้ายกัน หมู่บ้านของคนจีนทางตอนใต้ ชอบปลูกอยู่ชิดกัน รวมทั้งมีความยัดเยียดมากยิ่งกว่าทางภาคเหนือ นิยมใช้ไผ่ และก็ฟางข้าวทำเป็นบ้าน ส่วนหมู่บ้านทางภาคเหนือ ชอบมีกำแพงล้อมบ้านออกจะสูง รวมทั้งก่อด้วยก้อนอิฐ สิ่งหนึ่งที่เป็นขนบธรรมเนียม ที่เห็นได้ชัดของหมู่บ้านตามต่างจังหวัดเป็น การมีสาธารณสมบัติด้วยกัน ดังเช่น ศาลเจ้า หนองน้ำ หากเป็นหมู่บ้านใหญ่จะมีวัด
คนจีนอดีตสมัย นิยมที่จะใช้ใบไม้จากต้นไม้แล้วก็หนังสัตว์ที่ได้จากการล่าเป็นเครื่องแต่งกาย แต่ว่าเมื่อถัดมา องค์พระกษัตริย์อึ้งตี่ ได้กระทำการสอนให้ราษฎรทั่วๆไปเลี้ยงตัวไหม รวมทั้งใส่เครื่องแต่งกายที่จำจากหนอมไหม ของกินก็เป็นของกินแบบธรรมชาติ